20 มีนาคม 2562 เหยื่อไซโคลน “อิดาอี” ทะลุ 300 ศพ 3 ชาติแอฟริกาเสียหายยับ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1523925

ไซโคลน อิดาอี พัดถล่ม 3 ประเทศในทวีปแอฟริกาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง ล่าสุดผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 รายแล้ว เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายประเทศแถบแอฟริกาเผชิญภัยพิบัติไซโคลน ‘อิดาอี’ ถล่ม แต่โลกเพิ่งรับรู้ถึงความเสียหาย หลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้หลายฝ่ายกำลังกังวลว่า ไซโคลนลูกดังกล่าวจะเป็นไซโคลนมรณะที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 พันศพ เมืองเบรา เมืองท่าสำคัญของโมซัมบิก ซึ่งมีประชากรอาศัยหนาแน่น ราว 5 แสนคน แต่เมืองที่เคยคึกคักถูกแปรสภาพเหลือเพียงซาก บ้านเรือนประชาชนเสียหายจนไม่เหลือเค้าเดิม ผืนแผ่นดินที่เคยเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างราบเป็นหน้ากลอง อันเป็นผลจากการทำลายล้างของไซโคลนอิดาอีที่มีความเร็วลมสูงถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งพัดถล่มเมืองนี้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เมืองเบราถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สนามบินของเมืองไม่สามารถใช้การได้ กว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมทั้งกาชาดสากลจะเข้าถึงพื้นที่ได้ก็เป็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าเมืองแห่งนี้เสียหายถึงร้อยละ 90 เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโมซัมบิก ที่วันนี้ลงพื้นที่ประสบภัยด้วยความกังวล เพราะแม้ในตอนนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจะอยู่ที่ 84 ศพ แต่จากความเสียหาย ทำให้มีเค้าลางว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัตินี้ในโมซัมบิก อาจสูงทะลุ 1 พันศพ นอกจากนี้ผู้นำโมซัมบิกยังยอมรับถึงความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะในบางจุดยังมีน้ำท่วมตัดเส้นทาง ทำให้เบื้องต้นรัฐบาลโมซัมบิกวางแผนจะนำเรือเข้ามาใช้ ขณะที่บางจุดอาจต้องใช้วิธีหย่อนถุงยังชีพผ่านทางเครื่องบิน ไซโคลนอิดาอียังเคลื่อนตัวเข้าไปยังซิมบับเวและมาลาวี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม โดยที่ซิมบับเวมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 98 ศพ สูญหายอีกกว่า 200 คน ส่วนที่มาลาวี ไซโคลนลูกดังกล่าวทำให้เกิดฝนตกหนักและดินถล่ม มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 122 ศพ แม้ในประเทศแถบแอฟริกาเหล่านี้จะเผชิญกับพายุจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าร้ายแรง เพราะไซโคลนอิดาอีลูกนี้ ถือเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี โดยปัญหาในตอนนี้คือความพยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก หลายพื้นที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งมีชาวบ้านบางคนระบุว่า ต้องเดินเท้ามารับสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยไกลกว่า 20 กิโลเมตร หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือภาวะขาดแคลนและโรคภัยไข้เจ็บที่อาจตามมาซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงอีก